คุณสมบัติก๊าซโอโซน ????
1. ฆ่าเชื้อโรคได้รวดเร็ว โดยเฉพาะ แบคทีเรีย(ทำให้เกิดโรคและกลิ่นเหม็น) ที่ความเข้มข้นเพียง 0.01-0.04 PPM
2. ทำลาย กลิ่น สารเคมี และก๊าศพิษได้ดีเยี่ยม
3. ไม่ทิ้งพิษตกค้าง เพราะเมื่อทำปฏิกิริยากับมลพิษเสร็จทุกครั้ง จะได้ ออกซิเจน (O2)จึงเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดี
4. สามารถ ผลิตขึ้นได้จากอากาศทั่วไป และบริเวณที่มีไฟฟ้าใช้
5. สามารถควบคุมได้ง่ายอย่างอัตโนมัติ
6. ค่าใช้จ่ายในการใช้งานและบำรุงรักษาต่ำมากและใช้ได้ตลอดไป ไม่ต้องคอยเปลี่ยนอันใหม่ เหมือนสารเคมีดับกลิ่นอื่นๆ
เนื่องจากโอโซนมีข้อดีต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเชื้อ กำจัดมลพิษ ในราคาที่ไม่สูง จึงทำให้เราพบเห็นการนำโอโซนไปใช้งานอย่าง
กว้างข้าง เช่น โรงงานผลิตน้ำดื่มผ่านการฆ่าเชื้อด้วยน้ำโอโซน , เครื่องฟอกอากาศ , เครื่องปรับอากาศในบ้าน เป็นต้น

เมื่อ พูดถึงการผ่าตัด คงเป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นการรักษาทางการแพทย์ที่ต้องใช้ความสะอาด อย่างสูงสุดไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การรักษา, แพทย์ พยาบาลที่ให้การรักษา หรือแม้แต่อากาศที่อยู่ภายในห้องผ่าตัด จะต้องมีความสะอาด ไม่ทำให้ผู้ป่วยที่กำลัง ได้รับการรักษาได้รับการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ทางการแพทย์ได้ใช้วิธีทำ ความสะอาดมือของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โดยใช้สารเคมี ซึ่งตัวสารเคมีเองอาจจะตกค้างได้ ดังนั้นด้วยคุณสมบัติของโอโซนข้อหนึ่งในการ ฆ่าเชื้อโรครวมทั้ง เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา โดยไม่เหลือสารตกค้างที่เป็นพิษใด ๆ นอกจาก ออกซิเจนเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองจึงนำปสู่การรักษาวิจัยโดยใช้น้ำโอโซนเข้มข้น 0.4 ppm ที่ผ่าน
การกรองคลอรีนและโลหะหนักด้วยเครื่องกรองน้ำ ล้างมือแพทย์ก่อนทำการผ่าตัดเป็นเวลา 3 นาที ในแง่ของการทำความสะอาด ในห้องผ่าตัดนั้น ส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีและรังสีอุลตร้าไวโอเลตเพื่อฆ่าเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของ รังสีอุลตร้าไวโอเลตเองที่มีฤทธิ์ในการทำลาย เพียงแค่ผิวในระดับหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ การใช้สารเคมียังอาจทำให้เกิดสารตกค้างอีกด้วย การ นำโอโซนไปใช้ในการอบห้องผ่าตัดเป็นเวลา 4 ชั่วโมง แล้วทิ้งไว้ก่อนเข้าทำการผ่าตัดน่าจะเป็นทาง
ทางเลือกใหม่สำหรับการแพทย์ในปัจจุบัน การศึกษาวิจัยครั้งน ี้จะทำขึ้นที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี โดยมี
การเพาะเชื้อจากมือแพทย์์ผู้ทำการผ่าตัด และอากาศภายในห้องผ่าตัดก่อนและหลังการใช้โอโซน แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน
|